วันเสาร์, พฤศจิกายน 7, 2009

เริ่มต้นออก Start กับโครงการนวัตกรรมวาณิชย์ (ปีสอง)



วันนี้ผมได้เข้าร่วมฟังการสัมมนาโครงการนวัตกรรมวาณิชย์ (ปีสอง) ที่จัดขึ้นโดยคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ครั้งนี้ถือว่าเป็นการจัดนวัตกรรมวาณิชย์ในปีที่สอง ซึ่งเริ่มสานต่อจากปีที่แล้ว หัวใจสำคัญของโครงการนี้คือต้องการส่งเสริมให้ประเทศไทย คนไทย มีสินค้าทางปัญญา หรือที่เราเรียกว่าเป็นสินค้าชนิด (Intellectual Property (IP) -based product) เป็นของตนเองเสียที เรามีความรู้มากแล้วกับการปลูกข้าว กับการสร้างร้านอาหาร กับการผลิตเสื้อผ้าตามสั่ง กับการพาทัวร์ท่องเที่ยว เรารู้ว่าต้องทำอย่างไรกับธุรกิจเหล่านี้ ทำอย่างไรถึงจะได้กำไร ทำอย่างไรถึงจะประสบความสำเร็จ แต่ข่าวร้ายก็คือ...ประเทศอื่นนอกเหนือจากประเทศไทย (เวียดนาม, จีน, มาเลย์เซีย) เขาก็รู้วิธีเหล่านี้เหมือนกัน ข่าวที่ยิ่งร้ายไปกว่านั้น ก็คือ ประเทศเหล่านั้นส่วนใหญ่ มีประชากรเยอะกว่าประเทศไทยหลายล้านคนนัก..(จีน = 1600 ล้านคน , เวียดนาม = 83 ล้านคน)...ถ้าเรายังแข่งด้วยธุรกิจรูปแบบเดิมๆ ไอ้หยา พี่ไทยของเราท่าจะเหนื่อยน่าดู

...นี่คือสิ่งที่พวกเรา ผู้ริเริ่มโครงการนวัตกรรมวาณิชย์ตระหนัก และพยายามสร้างสังคมและสิ่งแวดล้อมแห่งการเรียนรู้...เรียนรู้ว่าจะแข่งในการทำธุรกิจในโลกใหม่..เราจะต้องทำอย่างไร จะสร้างผลิตภัณฑ์ที่จะไปขายทั่วโลกที่ไม่ใช่เฉพาะเมืองไทย จะต้องมีการวางแผนอย่างไร มีวิธีคิดอย่างไร ที่คือสิ่งที่พวกเราอยากจะเผยแพร่ และแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน

ในปีนี้มีผู้ร่วมโครงการทั้งสิ้นประมาณ 350 คน (เพิ่มขึ้น 700% จากปีที่แล้ว) ส่วนตารางการอบรมก็เป็นดังนี้ครับ


วันที่
เวลา
หัวข้อการฝึกอบรม
วิทยากร
7/11/52
9.00-12.00
Software Industry in Thailand
คุณเฉลิมพล  ปุณโณทก
7/11/52
13.00-16.00
Introduction to Marketing
รศ. ดร. กุณฑลี รื่นรมย์
8/11/52
9.00-12.00
Structure of Marketing Plan
รศ. เพลินทิพย์ โกเมศโสภา
8/11/52
13.00-16.00
Trend and Opportunity Analysis in Software Industry
คุณฉัทวุฒิ  พีชผล
14/11/52
9.00-12.00
Customer Analysis B2C
ดร. วิเลิศ ภูริวัชร
14/11/52
13.00-16.00
Customer Analysis B2B and Pricing
คุณเฉลิมพล  ปุณโณทก
15/11/52
9.00-12.00
Segmentation, Targeting, and Positioning
ผศ. ดร. ธนวรรณ แสงสุวรรณ
15/11/52
13.00-16.00
Diffusion of New Technology
อ. กวิน อัศวานันท์
21/11/52
9.00-12.00
Service Marketing for Software Industry
ผศ. ดร. สุรพงษ์ เลิศสิทธิชัย
21/11/52
13.00-16.00
Data Collection
ดร. ณัฐพล  อัสสะรัตน์ 
22/11/52
9.00-12.00
International Market Entry Strategy
คุณเฉลิมพล  ปุณโณทก
22/11/52
13.00-16.00
Marketing Channel in Software Industry
คุณภัทร ยงวณิชย์
28/11/52
9.00-12.00
วิทยากรรับเชิญ
28/11/52
13.00-16.00
IMC in Software Industry
คุณอดิศักดิ์ อมรฉัตร
29/11/52
9.00-12.00
Case Study in Software Industry
อ. กวิน อัศวานันท์
29/11/52
13.00-16.00
Marketing Control
รศ. ม.ล. สาวิกา อุณหนันท์
12/12/52
9.00-12.00
วิทยากรรับเชิญ
12/12/52
13.00-16.00
Case Study in Software Industry
รศ. ดร. สมเกียรติ เอี่ยมกาญจนาลัย
13/12/52
9.00-12.00
Financial Accounting Analysis
ผศ. ดร. เกรียงไกร  บุญเลิศอุทัย
13/12/52
13.00-16.00
English Presentation Technique
อ. ศุภกร ภัทรธนกุล 


ถ้าท่านใดสนใจหัวข้อไหน และมีเวลาว่างในวันเสาร์ อาทิตย์ ก็สามารถมารับฟังการบรรยายได้นะครับ เป็นการบรรยายฟรี ที่จุฬาลงกรณ์ครับ และเปิดสำหรับชาวไทยทุกคนครับ

ในตอนนี้ผมหรือผู้จัดนวัตกรรมวาณิชย์ทุกคน อยากจะอาจหาญบอกกับโลกว่า เราอยากเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้ประเทศไทยมีบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีขนาดดังเช่น บริษัท Google, Apple Inc, Nokia, หรือ Toyota เกิดขึ้นให้ได้ครับ

วันพฤหัสบดี, กันยายน 17, 2009

One Big Reason I want to work at the university



Received a very encouraging email from my student right after I finished the courses. It explains a lot of things why I want to work at the university.

--the email after I took out my student's name--
เรียน อาจารย์กวิน

สวัสดีค่ะ หนูแค่อยากจะบอกอาจารย์ว่าหนูดีใจมากๆที่ได้มีโอกาสเรียนวิชานี้ ต้องยอมรับว่าตอนแรกไม่ได้รู้ลายละเอียดวิชาเท่าไหร่เลย รู้แค่ว่าเพื่อนๆออกร้านขายของ ย่างเสต็กทำเบอร์เกอร์ ก็แค่คิดว่าวิชานี้ดูน่าสนุกดีจัง และอยากรู้ว่าจะเรียนอะไรบ้าง แต่ทุกคนก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าน่าเรียนมาก

เลยมาขออาจารย์ลงเพิ่ม และอาจารย์ก็ให้เขียน essay สุดท้ายทั้งหนูและเพื่อนก็ได้เรียนทั้งคู่ แต่เพื่อนก็ไปติดอีกวิชาหนึ่งทำให้ไม่ได้เรียน ก็น่าแปลกที่หนูยังยืนยันกับตัวเองว่ายังไงก็จะเรียนให้ได้

พอมาถึงตอนนี้หนูรู้สึกว่ามันคุ้มค่ามากๆ หนูได้เพื่อนใหม่ และสนิทกับเพือนเก่ามากกว่าเดิม มากกกว่านั้นคือหนูได้แรงบันดาลใจในชีวิตค่ะ หนูว่ามันยากมากที่สามารถทำให้คนๆหนึ่งมีแรงบันดาลใจ และแรงกระตุ้นว่า จะต้องทำอะไรได้แล้วนะ ..ถ้าไม่ได้เรียนวิชานี้ ไม่ได้ฟัง guest speaker หนูก็คงจะยังใช้ชีวิตเหมือนเดิมทุกวัน ไม่มีความคิดที่จะทำอะไรใหม่ๆเลย หนูว่าอาจารย์สุดยอดมากที่สามารถหาบุคคลต่างๆมาพูดเล่าประสบการณืได้ตรงกับชีวิตความเป็นจริง และเรียงลำดับ guests อย่างนี้ ไม่รู้ว่าบังเอิญหรือตั้งใจ แต่หนูว่ามันเข้มข้นขึ้นทุกครั้ง และปิดท้ายได้ดีมากๆๆ แม้ตอนนี้หนูจะยังไม่ได้เริ่มคิดทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน แต่อาจารย์ได้จุดประกายหนูแล้วค่ะ

หนูยังต้องขอบคุณอาจารย์ที่สั่งงาน gap analysis หนูคิดนานมากว่าจะไปสัมภาษณ์ใคร และได้สัมภาษณ์พี่มาแล้วคนหนึ่ง แต่สุดท้ายก็รูสึกว่ามันไม่ใช่ และมาลงเอยที่พ่อตัวเอง ถ้าไม่มีงานนี้หนูคงไม่รูคุณค่าของสิ่งที่พ่อทำ หนูไม่เคยมองเห็นเลยค่ะ ก่อนนี้เวลาไปที่บริษัท ก็คิดเพียงว่าเป็นธุรกิจของที่บ้าน แต่ล่าสุด หนูมองเห็นคุณค่าที่อยู่ข้างใน มันมากกว่านั้น มันเปลี่ยนมุมมองหนูโดยสิ้นเชิงค่ะ

ขอบคุณนะคะอาจารย์ หนูไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวิชาในมหาวิทยาลัยที่จุดประกายและสร้างแรงบันดาลใจได้ หนูรู้สึกว่าคุ้มค่าสุดๆเลยค่ะ

ขอให้อาจารย์เจ๋งและเก่งขึ้นเรื่อยๆนะคะ

ด้วยความเคารพ
นิสิตวิชา Entrepreneurship
---------

This email is just too good to keep it with myself. It wasn't that I want to boast about my course, but this email really explains the "why are you here?" questions I have been receiving since the beginning of my teaching career. I hope my student doesn't mind of me posting her email here. So for anyone out there, do you begin to understand how cool is it to work at the university?...

Thus, the right question would be "Why Not" rather than "Why"? :-)


วันพุธ, กันยายน 9, 2009

The semester is getting to an end..

Another semester is about to pass by...this semester is quite a fun quarter for me. I got to teach the Entrepreneurship class in my own style. It is interesting to see how students deal with activities and assignments I had given in class. Sure..not all the activities and assignments were great or match the class's objective..but well..a teacher needs to learn along with the students as well..right?

There is another interesting thing that happened to me this semester. It was that I got asked by many students "why" I decided to work here at the university...to be the Arjarn (lecturer). At first, I was perfectly fine to be asked on this question..but as more and more students keep asking me the same question...I start to think..Hm... interesting .."Why NOT"? What is the thing that make having a career as a lecturer different than having a career in business, banking, engineering?

As I ask the "Why NOT" question back to the students who asked me, I found out that most students believe that a teaching (in Thailand) job gets paid very little and most of the cool guys and gals wouldn't want to join the teaching crowd. Some of them think that the teaching crowd consists of bookish and nerdy people who can't deal with real-world industry so they decide to stay in universities. Well..how should I response to these ideas..let me put it this way...They are partially right on the salary aspect. The starting salary is pretty low. However, if you work hard and smartly, I bet you can find many channels of revenue while teaching as well. For the people aspect, I just don't believe that. I think cool people can be part of the country's education system as well.

:-)

วันอังคาร, กันยายน 8, 2009

My Powerpoint slide is getting better!

ผมเริ่มเปลี่ยนวิธีการนำเสนอการเรียนการสอนในวิชาของผมทีละเล็กละน้อยแล้วครับตอนนี้
ผมได้ทำการสอนมารวมๆแล้วก็ปีกว่าๆ เรื่องบางเรื่องได้มีโอกาสสอนแล้วมากถึงสามครั้ง สิ่งหนึ่งที่ผมสังเกตได้คือสำหรับการสอนผ่าน Powerpoint slide ก็คือ เนื้อหาบางเนื้อหา บางทีผมรู้สึกว่าทำไมผมจะต้องพูดให้นิสิตฟัง ทำไมต้องอ่านเนื้อหาใน Powerpoint slide ให้นิสิตได้ยินด้วย โดยเฉพาะเจ้าตัว Bullet Points เนี่ย ตัวดีเลย เขียนขึ้นมา แล้วจากนั้นก็อ่านตามแต่ละ bullet bullet ไป คิดๆดูมันก็เขียนอยู่แล้วใน Powerpoint slide นิสิตก็น่าจะอ่านออก น่าจะอ่านออกตั้งแต่ชั้นประถมแล้ว แล้วผมจะอ่านให้นิสิตฟังทำไม...

ดังเช่น slide นี้ที่ผมเคยใช้ในอดีต
Title ของ slide: แรงจูงใจในเชิงรุกสำหรับการดำเนินธุรกิจระหว่างประเทศ
  • ความสามารถในการทำกำไร (Profitability)
  • การมีเอกลักษณ์ของสินค้า (Product Uniqueness)
  • การมีเทคโนโลยีก้าวหน้า (Advanced Technology)
  • ความสามารถของการบริหาร (Management Competency)
  • ความดึงดูดในการจัดเก็บภาษี (Tax Scheme)
พอเวลาผมสอน ผมก็อ่านตาม slide พร้อมกับอธิบายและขยายความต่อละหัวข้อ บางหัวข้อที่ดีหน่อยผมก็จะเสนอตัวอย่างให้นิสิตฟัง....

ลองมาคิดๆดู เอ...มันก็โอเคสำหรับการสอนนะ นิสิตก็คงเข้าใจ...แต่มันไม่มีความสนุกในอารมณ์เสียเลย มีแต่ตัวหนังสือ ตัวหนังสือ และก็ตัวหนังสือ

ดังนั้นผมจึงเปลี่ยนนโยบายของ slide ผมใหม่ โดยนโยบายใหม่จะใช้หลัก 80/20 แล้วครับ นั่นคือ รูปภาพและวิดีโอ 80% ตัวหนังสือ 20% ทำอย่างนี้น่าจะเป็นที่สนใจของนิสิตมากกว่าครับ แต่ที่แน่ๆคนสอนอย่างผมมันกว่าอ่านหนังสือให้นิสิตฟังเป็นไหนๆ

ผมจะเปรียบเทียบกับตัวอย่างที่ผมยกมาในข้างต้น ตัวอย่างข้างต้นมีเพียง 1 slide และ 5 bullet points power point ใหม่ของผมจาก 1 slide จะกลายเป็น 5 slides และไม่มี bullet point แต่จะมีแต่title และ รูปภาพครับ

slide 1:
title: ความสามารถในการทำกำไร

slide 2:
title: ความมีเอกลักษณ์ของสินค้า

slide 3:
title: การมีเทคโนโลยีก้าวหน้า

slide 4:
title: ความสามารถของการบริหาร

slide 5:
title: ความดึงดูดในการจัดเก็บภาษี

แต่ละ slide ผมจะเล่าเรื่องที่เกี่ยวพันกับรูปภาพที่ผมยกมา วิธีผมคิดว่านิสิตน่าจะสนใจมากกว่า เพราะตนเองจะรู้สึกว่า เฮ้ย...มันไม่มีข้อความอะไรเลย สงสัยเราต้องจดหน่อยหว่ะ ...ซึ่งจะต่างจากในตัวอย่างแรกซึ่งมีข้อความอยู่เยอะแล้วใน slide...

นี่แหละครับ technique ใหม่ของผม less text, less reading, more explaining, and MORE PICTURES!

ใครมีไอเดียดีๆอยากจะแชร์ว่าจะมีวิธีสอนนิสิตให้สนุกทำอย่างไรบ้าง ผมยินดีรับฟังครับ ผมเชื่อว่าการศึกษาไม่จำเป็นต้องน่าเบื่อ คนไปดูโน้ตอุดม ได้ตอนหัวค่ำ นั่งได้มากกว่า 3 ชม ไม่มีใครหลับสักคน ผมเชื่อการเรียนในห้องเรียนก็ต้องทำได้อย่างนั้นเหมือนกัน...! :-)

วันเสาร์, กันยายน 5, 2009

I am on TV (just for a bit)!

Yes, the title is right, I was really on TV last Friday (August, 4th 2009). I was on the show called "Surivipa", the popular talk show in Thailand....for like 30 seconds...hahaha..It wasn't like I did something crazy at the university or became a millionaire in the lightning speed, that all of the sudden, people start interviewing me (though I was working the later one for a while...seem to be at the turtle speed at the moment). In fact, I am part of the Cleo magazine's campaign and the reason I am on TV that day because Cleo wants to promote its campaign to the Thai people..so..nothing about me whatsoever.

It was funny though being part of the show on that day. All we have to do was just walking and smiling. But doing only those two things took us like 4 hours to finish. It was fun though getting to know new people.

Here is the link to the video clip

Enjoy finding a waldo!

วันพฤหัสบดี, กันยายน 3, 2009

ยินดีกับน้องหม่อง ทองดี



วันนี้ผมรู้สึกดีใจมากเมื่อได้รู้ข่าวว่าน้องหม่อง ทองดี จะได้มีโอกาสเป็นตัวแทนประเทศไทย ไปแข่งขันการพับจรวดกระดาษที่ประเทศญี่ปุ่น ผมรู้สึกเคารพนับถือผู้ใหญ่หลายๆท่าน ที่พยายามดันน้องหม่อง ให้ได้ไปจนได้

เมื่อวานเมื่อได้ยินผู้ใหญ่ในกระทรวงมหาดไทย พูดยืนยันเพียงคำเดียวว่า "กฎหมายก็คือกฎหมาย" ผมรู้สึกแย่กับประเทศและผู้มีอำนาจปกครองประเทศอย่างบอกไม่ถูก กฎก็คือกฎ คนมาก่อนได้รับการรักษาก่อน คนมาหลังต้องต่อคิว ถ้ามีผู้ป่วยหัวใจจะวายต้องให้แพทย์พบเดี๋ยวนี้ พยาบาลจะต้องปฏิบัติตามกฎและให้อีกสิบคนที่มาถึงก่อนได้พบแพทย์ก่อน...จริงหรือ...แต่กฎก็ต้องเป็นกฎนะ??

There is one thing I learned during the time in the US, every rule HAS AN EXCEPTION. When I say every rule, I really mean EVERY.

"แต่ถ้าให้น้องหม่องไป แล้วอีกสามแสน สี่แสนคนที่เค้ามาขอหละ จะทำอย่างไร?" ถ้าผมเป็นผู้ใหญ่และดูแลในเรื่องนี้ ผมจะบอกว่า ถ้าคนอีกสามแสน สี่แสนคน สามารถพับเครื่องบินกระดาษและบินอยู่ในอากาศได้นาน 12 วินาที ผมยินดีและเต็มใจ ให้เป็นคนไทยอย่างเต็มตัวเลย :-).


แล้วคุณหละคิดอย่างไร?

วันอังคาร, สิงหาคม 25, 2009

รักชาติ หรืออยากรวย?

รักชาติ หรืออยากรวย? ...คุณตัดสิน!
Quite an interesting subject to ponder...

Part (1)


Part (2)


Part (3)


And the last one...Part (4)